เรื่องของเทียนหอมที่คุณอาจจะยังไม่รู้

ถ้าเกิดเอ่ยถึงเทียนหอม ซึ่งเป็นเทียนที่มีกลิ่นรวมทั้งมีสีที่สวยสดงดงามมักจะถูกประยุกต์ใช้ในงานต่างๆโดยส่วนมากจะประยุกต์ใช้สำหรับเพื่อการไหว้พระสำหรับชาวพุทธ แม้กระนั้นสำหรับชาวกรีกสมัยเก่า ชอบนำไปเป็นใช้ประกอบพิธีงานสมรส เนื่องจากมีความคิดว่าจะก่อให้ชีวิตสมรสมีความสดใสราวกับแสงสว่างของเปลวเทียน วันนี้พวกเรา w88 จะพามารู้จักกันมากขึ้น

เรื่องของเทียนหอมที่คุณอาจจะยังไม่รู้

ประโยชน์ของเทียนหอม

เว้นแต่เรื่องอโรมาที่ช่วยสำหรับในการผ่อนคลายแล้ว เทียนหอมกลิ่นสมุนไพรยังสามารถช่วยสำหรับเพื่อการขจัดกลิ่นไม่ประสงค์ได้ เป็นเนื่องจากเทียนมีกลิ่นที่หอมหลากกลิ่นให้เลือกใช้ แล้วก็ยังสามารถใช้เป็นของของชำร่วยในงาน สมรส งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานวันเกิด อื่นๆอีกมากมาย เอามาจุดไล่ยุงได้ ซึ่งการจุดไล่ยุงโดยมากจะเป็นเทียนกลิ่นตะไคร้หอม ซึ่งเทียนหอมสามารถทำให้ยิ้มแย้มแจ่มใส รวมทั้งอารมณ์เย็นลง เพราะว่ากลิ่นหอมสดชื่นๆของมันทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายโดยที่พวกเราไม่รู้ตัว ซึ่งเทียนหอมหลายสีสัน ที่มีความสวยสดงดงามภายในบรรยากาศต่างๆสามารถสร้างแสงไฟด้วยการจุดไฟ ใช้และประดับประดาตกแต่งในสถานที่ต่างๆซึ่งเหมาะกับโอกาสพิเศษ หรือเอามาสร้างบรรยากาศให้มีความงดงามอย่างการดินเนอร์ใต้แสงเทียน หรือริมน้ำ และใช้ประกอบในพิธีมงคล รวมทั้งสถานที่ต่างๆเพื่อนำมาซึ่งความสวยงาม นอกเหนือจากนี้ยังคงใช้เป็นเทียนวันเกิดก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นผลให้รู้สึกดีกว่าการใช้เทียนแบบเดิมๆเพราะว่าเมื่อเป่าเทียนเสร็จแล้ว จะก่อให้เกิดมีกลิ่นหอมยวนใจๆลอยออกมา

ประวัติของเทียนหอม

ย้อนไป 3,000 ปีกลายคริสตกาลชาวอียิปต์โบราณได้ผลิตเทียนโดยการทำมาจากไขมันสัตว์หลากหลายประเภทโดยใช้ต้นกกหรือต้นอ้อเป็นเปรียบเสมือนไส้เพื่อนำแสงสว่าง โดยภาชนะใส่ชอบเป็นดินเผาหรือไม่ก็เป็นการเจาะหลุมที่หินกระทั่งเป็นหลุมลึกรวมทั้งใช้ไขมันสัตว์แม้กระนั้นหลักฐานสำคัญชี้ชัดให้มีความเห็นว่าโดยความเป็นจริงแล้ว ชาวโรมันนั่นเองเป็นผู้เริ่มใช้ไส้เทียนเพื่อเป็นตัวนำไฟให้กับเทียนเป็นกลุ่มแรกในโลก

โดยประมาณ 500 ปีกลายคริสตกาลชาวโรมันทำเทียนจากไขมันสัตว์เช่น ไขมันวัว ไขมันแกะ ตลอดจนไขมันจากสัตว์ใหญ่หลากหลายประเภท โดยจุ่มกับต้นปาปิรุสหรือต้นกกเพื่อเป็นไส้ให้กำเนิดแสงไฟในตอนกลางคืน โดยมักใช้เพื่อกำเนิดแสงสว่างในบ้าน หรือเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆในยุคนั้น โดยนอกเหนือจากชาวโรมันแล้ว ในสมัยนั้นเองชาวจีนก็เริ่มผลิตเทียนขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและใช้เพื่อส่องสว่างเหมือนกัน โดยเทียนถูกขึ้นรูปด้วยหลอดที่ทำมาจากกระดาษ โดยใช้กระดาษม้วนเป็นไส้เทียน รวมทั้งเริ่มใช้ขี้ผึ้งที่ทำจากเมล็ดพืช รวมทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มทำเทียนขึ้นจากขี้ผึ้งที่ได้มาจากถั่วประเภทต่างๆไปจนกระทั่งประเทศอินเดียที่เริ่มผสมเทียนจากขี้ผึ้งผสมกับต้นอบเชยซึ่งเริ่มทำให้มีกลิ่นหอมหวน จึงถือได้ว่าประเทศแรกๆที่เป็นผู้กำเนิดเทียนหอมก็ว่าได้ ซึ่งทั้งสิ้นที่กล่าวมาเป็นพัฒนาการของเทียนในแต่ละประเทศที่นักโบราณคดีกระทำการเก็บรวบรวมเอาไว้จนกลายเป็นเทียนหอมในปัจจุบันนี้

เรื่องของเทียนหอมที่คุณอาจจะยังไม่รู้

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ มีทั้งประโยชน์แถมยังหอมอีกด้วย เชื่อว่าเพื่อนๆคงกำลังคิดจะไปลองซื้อใช้กันแน่ๆ ทั้งผ่อนคลายอารมณ์ และทำให้บรรยาการดีอีกด้วย